Input
ใส่ข้อมูลแคมเปญของคุณ
เครื่องมือนี้เน้น speed-to-insight สำหรับทีม performance marketing และ owner ที่ต้อง decision เรื่อง budget เร็ว
Mission Control Tool
ถ้าคุณกำลังหา roas calculator, วิธี คำนวณ ROAS, หรืออยากรู้ว่า Facebook ROAS คืออะไร หน้านี้ออกแบบมาให้ใช้ได้ทันที: กรอกตัวเลขไม่กี่ช่องแล้วดูว่าแคมเปญอยู่เหนือจุดคุ้มทุนหรือยัง พร้อมคำอธิบายสูตร, FAQ, และแนวทางแปลผลสำหรับธุรกิจที่วัดยอดขายจากแอดจริง
Input
เครื่องมือนี้เน้น speed-to-insight สำหรับทีม performance marketing และ owner ที่ต้อง decision เรื่อง budget เร็ว
Output
Gross Profit Before Ads
฿10,000.00
Estimated Conversions / 100 Clicks
2.50
ROAS ปัจจุบันเท่ากับจุดคุ้มทุนพอดี กำไรขั้นต้นจากยอดขายแทบครอบคลุมค่าแอดได้พอดี แต่ยังไม่ได้เผื่อค่าใช้จ่ายคงที่หรือค่าใช้จ่ายอื่นของธุรกิจ
Target CPA เป็นค่าประมาณจาก conversion rate ที่กรอก และสมมติฐานว่า revenue ที่กรอก เกิดจาก 100 คลิก
Formulas
จุดสำคัญของการคำนวณคือแยกให้ออกว่า metric ไหนเอาไว้ optimize แคมเปญ และ metric ไหนเอาไว้ตัดสินใจเชิงธุรกิจ เราจึงแสดงทั้ง ROAS, จุดคุ้มทุน และกำไรขั้นต้นหลังค่าแอดในหน้าเดียว
ROAS
Revenue ÷ Ad Spend
ดูว่าทุก 1 บาทที่ลงโฆษณา สร้างรายได้กลับมากี่บาท เหมาะกับการดู efficiency ระดับแคมเปญแบบเร็วๆ
Break-even ROAS
1 ÷ Gross Margin
จุดคุ้มทุนที่รายได้จากแอดต้องทำได้อย่างน้อย เพื่อให้กำไรขั้นต้นครอบคลุมค่าโฆษณาได้พอดี
Target CPA (Estimate)
AOV โดยประมาณ × Gross Margin
หน้านี้ประเมิน AOV จากสมมติฐาน 100 คลิกตาม Conversion Rate ที่กรอก เพื่อหาเพดานต้นทุนต่อการปิด 1 ดีลเบื้องต้น
Benchmarks
คำถามยอดฮิตของคนยิงแอดคือ “ROAS 2x ดีไหม” คำตอบจริงคือขึ้นอยู่กับ margin ของธุรกิจ มากกว่าขึ้นอยู่กับ platform เพราะ break-even ROAS ของแต่ละโมเดลไม่เท่ากัน
| Business Model | Gross Margin | Break-even ROAS | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| SaaS / Info Product | 80% | 1.25x | มี room สำหรับ scale ได้เร็ว แต่ยังต้องดู churn และ fixed cost เพิ่มเติม |
| บริการ / คลินิก / การศึกษา | 60% | 1.67x | เหมาะกับธุรกิจที่ขายมูลค่าสูงและมีทีมปิดการขายต่อใน LINE หรือ call center |
| Ecommerce ทั่วไป | 40% | 2.50x | ต้องเผื่อส่วนลด ค่าขนส่ง คืนสินค้า และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเพิ่มจาก margin ที่กรอก |
| สินค้ามาร์จิ้นต่ำ / ตัวแทนจำหน่าย | 20% | 5.00x | ROAS ต้องสูงมากถึงจะคุ้ม จึงควรโฟกัส AOV และ conversion quality เป็นพิเศษ |
ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่อใช้ตีความเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าธุรกิจคุณมี overhead สูง, ค่าคอมทีมขาย, หรือ refund rate สูง ควรใช้เป้าหมาย ROAS ที่สูงกว่าจุดคุ้มทุนจากตาราง
ROAS vs ROI
ใช้ตอบคำถามว่าแคมเปญยิงแอดสร้างรายได้กลับมาคุ้มค่ากับงบหรือยัง เป็น metric ที่เหมาะกับ daily optimization มากที่สุด
รวมต้นทุนทางธุรกิจมากกว่าแค่ค่าแอด เช่น ต้นทุนสินค้า ค่าทีมขาย ค่าดำเนินการ จึงเหมาะกับการตัดสินใจระดับธุรกิจมากกว่า
ใช้ดูว่าคุณจ่ายเท่าไรต่อ lead หรือต่อ closed deal เหมาะมากเมื่อ revenue ยังไม่กลับเข้าระบบแบบ real time
ถ้าตอนนี้คุณดูได้แค่ ROAS จาก Ads Manager ให้ใช้หน้านี้เป็น baseline ก่อน แล้วต่อยอดด้วย การผูก lead, revenue และ conversion กลับเข้า funnel จริงของทีมขาย
Facebook ROAS
Facebook ROAS คืออัตราส่วนรายได้จาก conversion ที่ Meta มองเห็น เทียบกับค่าแอดที่ใช้ ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อ conversion เกิดครบใน ecosystem เดียวกัน แต่จะเริ่มไม่ครบเมื่อผู้ใช้ คลิก ad แล้วไปคุยต่อใน LINE OA, ปิดการขายกับเซลส์ภายหลัง, หรือมีการจ่ายเงินนอกร้านค้าออนไลน์
นี่คือเหตุผลที่หลายทีมรู้สึกว่า ROAS ในแพลตฟอร์มยัง “โอเค” แต่กำไรจริงในธุรกิจกลับไม่มา เพราะ attribution หลุดระหว่าง ad click, lead qualification และ closed sale
How To Improve
เพิ่ม Conversion Rate ก่อนเพิ่มงบ ถ้า landing page หรือ LINE OA onboarding ยังไม่คม ROAS จะตกต่อให้ยิงแอดเก่งแค่ไหนก็ตาม
ปรับ creative และ audience โดยอิง margin ไม่ใช่ดูแค่ CTR หรือ CPC อย่างเดียว
แยก campaign ที่ปิดการขายได้จริงออกจาก campaign ที่ได้แค่ lead จำนวนมากแต่คุณภาพต่ำ
ส่ง conversion กลับไปที่แพลตฟอร์มโฆษณาแบบ server-side เพื่อให้ algorithm หา traffic ที่ใกล้เคียงลูกค้าจริงมากขึ้น
Related Resources
หน้านี้ตอบโจทย์การคำนวณอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณกำลังแก้ปัญหา attribution, ต้องการอ่านเรื่อง ROI ลึกขึ้น หรือกำลังหาวิธีผูก conversion กลับเข้าแพลตฟอร์มโฆษณา ลองต่อยอดจาก resource ด้านล่าง
อ่านต่อเมื่อคุณอยากขยับจากการดู ROAS ไปสู่การวัดกำไรจริงของแคมเปญ
เปิดอ่านต่อ
เหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่า lead แต่ละตัวมาจาก ad ไหน และ platform report ไม่พอสำหรับตัดสินใจ
เปิดอ่านต่อ
ถ้าต้องการเห็น ROAS จากแคมเปญจริงแบบต่อเนื่อง ลองดูแพ็กเกจและโครงสร้างการใช้งาน
เปิดอ่านต่อ
FAQ
เรารวมคำถามที่ search intent มักถามต่อจากหน้า calculator เช่น break-even roas, target cpa, และความต่างระหว่าง ROAS กับ ROI ไว้ตรงนี้ เพื่อให้หน้านี้ตอบโจทย์ทั้งคนที่อยากคำนวณเร็ว และคนที่ต้องการทำความเข้าใจ metric ให้ถูกต้อง
ROAS ย่อมาจาก Return on Ad Spend เป็นตัวชี้วัดว่ารายได้ที่เกิดจากโฆษณาเทียบกับงบโฆษณาแล้วได้กลับมากี่เท่า สูตรคือ Revenue ÷ Ad Spend เช่น ยิงแอด 10,000 บาท แล้วยอดขายจากแอดเท่ากับ 30,000 บาท จะได้ ROAS 3.0x
ROAS มองเฉพาะรายได้เทียบกับค่าแอด ส่วน ROI มองกำไรจริงหลังรวมต้นทุนอื่นด้วย เช่น ต้นทุนสินค้า ค่าแรง ค่าทีมขาย และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ดังนั้นถ้าคุณกำลังหา ads ROI calculator หน้านี้ช่วยคำนวณฝั่ง ROAS และจุดคุ้มทุนก่อน แล้วควรอ่านบทความ ROI ต่อเพื่อดูภาพธุรกิจให้ครบ
Break-even ROAS คิดจากสูตร 1 ÷ Gross Margin เช่น gross margin 40% หรือ 0.40 จะได้ break-even ROAS = 2.50x หมายความว่าแคมเปญต้องทำรายได้อย่างน้อย 2.5 เท่าของค่าแอด จึงจะคุ้มในระดับกำไรขั้นต้น
ไม่มีเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ เพราะขึ้นอยู่กับ margin, ค่าขนส่ง, ค่าแรง, refund rate และรอบการปิดการขาย แต่หลักง่ายที่สุดคือ ROAS ที่ดีต้องสูงกว่า break-even ROAS ของธุรกิจคุณอย่างมี buffer พอสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น
ตัวเลขใน Ads Manager มีประโยชน์มากสำหรับการ optimize รายวัน แต่ยังมี blind spot เมื่อ conversion เกิดนอกแพลตฟอร์ม เช่น คนคลิก ad แล้วไปคุยต่อใน LINE OA หรือปิดการขายใน CRM ภายหลัง ดังนั้น Facebook ROAS คือจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของกำไรจริง
เราประเมินจากสมมติฐานว่า revenue ที่คุณกรอกเกิดจาก 100 คลิกที่มี conversion rate ตามที่ใส่ไว้ จากนั้นคำนวณ AOV โดยประมาณและหาว่าคุณควรจ่ายได้ไม่เกินเท่าไรต่อ 1 conversion เพื่อไม่ให้กำไรขั้นต้นติดลบ จึงเหมาะใช้เป็น baseline สำหรับตั้ง bid หรือ cost cap เบื้องต้น
ให้ใส่เปอร์เซ็นต์กำไรขั้นต้นก่อนค่าโฆษณา เช่น สินค้าขาย 1,000 บาท ต้นทุนสินค้าและ fulfilment 600 บาท เท่ากับ gross margin 40% ถ้าคุณมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นเยอะ ควรใช้ margin ที่ conservative กว่าความจริงเล็กน้อย
ได้ ถ้าคุณยังไม่มียอดขายจริง ให้เริ่มจาก average deal value หรือ expected revenue ต่อ qualified lead ก่อน เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณตั้ง guardrail เบื้องต้นได้ แล้วค่อยปรับด้วยข้อมูลปิดการขายจริงเมื่อมีมากขึ้น
Next Step
ใช้ AdWaffle เพื่อเชื่อม ad click, lead, LINE OA, และ conversion เข้าด้วยกันใน funnel เดียว แล้วดูได้ว่า ad creative ไหนกำลังสร้าง lead และยอดขายจริง ไม่ใช่แค่ CTR หรือ CPL